30 – 31 สิงหาคม 2557

ห้องแกลลอรี่ 2 TCDC

8 นักคิดเปลี่ยนโลกชวนคุณตั้งคำถามท้าทายความเป็นไปในวันนี้เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า

พบกับวิทยากรทั้ง 8 ท่าน วันที่ 16 กรกฎาคม นี้

7 กันยายน 2556

ลองเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค เพื่อรับฟังและค้นหาความต้องการที่ซ่อนอยู่ สู่แนวคิดมุมมองใหม่ที่สร้างสรรค์เพื่อการออกแบบที่ตอบโจทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตในระดับชุมชนและประเทศ

ยุน ซี ลี

รองประธานฝ่าย Global Product Innovation Team บริษัท Samsung Electronics America

 

ยุน ซี ลี คือ รองประธานฝ่าย Global Product Innovation Team ของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ Samsung สหรัฐอเมริกา ผู้อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมกล้องถ่ายรูปแบบ DualView ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบถ่ายรูปตัวเองและแชร์รูปผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยยังคงคุณภาพของภาพถ่ายและคุณสมบัติของกล้องไว้อย่างครบครัน

ทีม PIT ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 ที่ซิลิคอน วัลเลย์เป็นแห่งแรก ตามมาด้วยสาขาที่กรุงลอนดอน เดลี ปักกิ่ง และสิงคโปร์ ภารกิจแรกเริ่มของทีม คือเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Samsung จากการออกแบบที่เน้นด้านวิศวกรรมไปเป็นการออกแบบที่เน้นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก โดยใช้กระบวนการ New Concept Development (NCD) ซึ่งทุกฝ่ายใน Samsung สามารถนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้ในการคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ได้

ในปัจจุบัน PIT ให้ความสำคัญกับการใช้ความเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึก ใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของตลาด และใช้นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เพื่อพัฒนาแนวคิดในการผลิตสินค้าและบริการ

ยุนมีประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปีในแวดวงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ การวิจัยด้านการออกแบบ การสร้างสรรค์แนวคิดประสบการณ์ผู้บริโภค การพัฒนาคอนเซ็ปต์ ไปจนถึงด้านวิศวกรรมและการจัดการวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Management) งานแรกของเขาคือการออกแบบหุ่นยนต์สำหรับผลิตรถยนต์ที่บริษัท FANUC Robotics ในรัฐมิชิแกนซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และยังเคยเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมให้กับบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการชั้นนำอย่าง PRTM (PwC) และ Accenture

ยุนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลและออกแบบผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์คเลย์ สหรัฐอเมริกา

global.samsungtomorrow.com

 

คริส ดาวน์ส

ผู้อำนวยการ บริษัท Method

 

คริส ดาวน์ส คือหนึ่งในผู้บุกเบิกการออกแบบบริการในสหราชอาณาจักร เขาร่วมก่อตั้ง live|work ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบบริการแห่งแรกของโลกในปี 2001 และในปัจจุบัน เขาเป็นผู้กำหนดทิศทางให้กับบริษัท Method สาขาลอนดอน บริษัทออกแบบประสบการณ์ระดับสากลซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยวิธีคิดเชิงออกแบบ

ประสบการณ์ที่กว้างขวางในงานออกแบบบริการทำให้คริส ดาวน์สเป็นที่รู้จัก ทั้งจากมุมมองของเขาในการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ซึมแทรกเข้าไปในทุกจุดปะทะ (touch point) ของประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ และจาก ‘บริการภิวัฒน์’ (servicization) อันหมายถึงการปฏิบัติต่อผลิตภัณฑ์เหมือนกับเป็นบริการ ซึ่งก่อให้เกิดความยั่งยืนทางด้านการเงิน สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต คริสได้สร้างสรรค์บริการที่เปลี่ยนโฉมตลาดอย่างไม่น่าเชื่อให้กับลูกค้าอย่างเช่น Streetcar (เปลี่ยนชื่อเป็น Zipcar), Orange, Vodafone, Fiat, Aviva, Experian และ Nokia

นอกจากการออกแบบบริการแล้ว คริสยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน interaction design และให้ความสำคัญกับข้อมูล (data) เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมบุกเบิกผู้อยู่เบื้องหลัง Interaction Design Institute Ivrea ในอิตาลี และเป็นอาจารย์สอนที่ Copenhagen Institute of Interaction Design เขาบอกว่าตนเอง ‘หมกมุ่น’ กับข้อมูลเพราะเชื่อว่าข้อมูลเป็นวัตถุดิบมีค่าที่จุดประกายให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และนวัตกรรมการบริการ

คริสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ หลักสูตรเกียรตินิยมจาก Glasgow School of Art และปริญญาโทด้าน Interaction Design จาก Royal College of Art ประเทศอังกฤษ

www.method.com

Buy Tickets

 

ดอน แท ลี

ประธานร่วม บริษัท Tangerine

 

ดอน แท ลี เป็นประธานร่วมของบริษัท Tangerine ที่ปรึกษาด้านการออกแบบชื่อดังในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า เพิ่มมูลค่าให้แก่แบรนด์ และสร้างผลตอบแทนกลับคืนอย่างรวดเร็วโดยใช้กลยุทธ์การออกแบบเป็นตัวชูโรง

หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ Tangerine คือการพลิกโฉมที่นั่งและแผนผังที่นั่งของเครื่องบินชั้นธุรกิจให้กับสายการบิน British Airways ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ประจำปีให้สายการบินได้ถึง 738 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งยังได้รับรางวัล Grand Prix จาก Interior Design Excellence Awards (IDEA) ในปี 2001 ความสำเร็จนี้ทำให้สายการบินมอบหมายให้ Tangerine ออกแบบบริการและที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งในปี 2010 ร่วมกับบริษัท Forpeople

ก่อนที่จะรับตำแหน่งประธานร่วมของบริษัท Tangerine ดอนดำรงตำแหน่งรองประธานผู้ดูแลภูมิภาคเอเชียทั้งหมดตั้งแต่ปี 2003 และในปีถัดมา เขาได้ก่อตั้งสำนักงานแห่งที่ 2 ของ Tangerine ขึ้นในกรุงโซล เกาหลีใต้

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การออกแบบและที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลก อย่าง British Airways, LG, Toyota, P&G, Panasonic และ Transport for London ดอนได้รับแต่งตั้งให้เป็น Design Master ให้กับ Engineering & Construction Group ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Samsung C&T Corporation ตั้งแต่ปี 2006 จนถึง 2012 ปัจจุบันดอนเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซิตี้ และดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮงอิก ประเทศเกาหลีใต้

ดอนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮงอิก สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม และปริญญาโทด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก Royal College of Art ประเทศอังกฤษ

www.tangerine.net

 

ได ฟูจิวาระ

นักออกแบบ

 

ได ฟูจิวาระ เป็นดีไซเนอร์และวิศวกรด้านสิ่งทอชื่อดังระดับโลก ผู้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้กับเสื้อผ้าได้อย่างโดดเด่น

หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปะทามะในปี 1994 ฟูจิวาระได้เข้าทำงานใน Miyake Design Studio ในโปรเจกต์ Issey Miyake Paris collection และออกแบบคอลเลกชั่นหลากหลายสไตล์ให้กับ Issey Miyake ปี 1998 เขาและมิยาเกะได้ร่วมกันพัฒนาโปรเจกต์ A-POC (a Piece of Cloth) ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นจนได้รับรางวัล Design Grand Prize ในปี 2000 ในขณะเดียวกันตัวฟูจิวาระเองก็ได้รับรางวัล Mainichi Design Award ปี 2003 จากการออกแบบผลงานชุดนี้เช่นกัน

ฟูจิวาระดำรงตำแหน่งรองประธาน Issey Miyake Design Studio และ Creative Director ให้กับ Issey Miyake, Issey Miyake Men และ Issey Miyake Fete จนถึงปี 2011

ด้วยแนวคิด “เริ่มต้นด้วยสี” ฟูจิวาระได้ออกเดินทางไปยังประเทศแถบอเมริกาใต้เพื่อเลือกเฟ้นสีจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีของท้องฟ้า แม่น้ำ ใบไม้ ฯลฯ เพื่อนำมาย้อมผ้า เกิดเป็นโปรเจกต์ Colour Hunting ซึ่งแสดงถึงความเป็นไปได้ของสีและการออกแบบอันเกิดจากการร่วมมือกันจากผู้คนหลากหลายวิชาชีพ และต่อมาจึงได้จัดนิทรรศการ Colour Hunting ในกรุงโตเกียว แสดงผลงานที่เกิดขึ้นจากการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว

ฟูจิวาระก่อตั้งบริษัท DAIFUJIWARA AND COMPANY (DAI & CO.) ในปี 2008 เพื่อสานต่อโปรเจกต์ส่วนตัวของเขาต่อไป

www.daiand.com

 

Lost & Found Creative Business

8 กันยายน 2556

ร่วมค้นหาวิธีการคิดเชิงออกแบบจากมุมที่คนทั่วไปต่างมองข้าม สู่การออกแบบบริการและธุรกิจสร้างสรรค์

 

 

มาร์ค สติกดอร์น

บรรณาธิการและผู้ร่วมเขียนหนังสือ This is Service Design Thinking

 

มาร์ค สติกดอร์น เป็นบรรณาธิการและผู้ร่วมเขียนหนังสือ This is Service Design Thinking ที่นอกจากจะให้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “การออกแบบบริการ” โดยเชื่อมโยงสาขาวิชาต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันแก่ผู้ที่เริ่มต้นสนใจและนักศึกษาแล้ว หนังสือดังกล่าวยังถ่ายทอดความรู้ที่กว้างขวางยิ่งขึ้นผ่านกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เครื่องมือการออกแบบบริการ และบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบมืออาชีพ

มาร์คเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบริการและการจัดการกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว เขาร่วมก่อตั้งบริษัท Destinable ที่ปรึกษาด้านการออกแบบบริการการท่องเที่ยว ร่วมทำวิจัยและเขียนหนังสือเรื่อง Service Design and Tourism และยังได้พัฒนาเครื่องมือการออกแบบมากมาย อาทิ แอพพลิเคชันบนมือถือ myServiceFellow ที่ช่วยให้ผู้บริโภคบันทึกประสบการณ์การใช้บริการของตน ซอฟต์แวร์ Smaply ที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริการ และ Customer Journey Canvas ที่ช่วยพัฒนาแม่แบบของระบบบริการที่มีประสิทธิภาพ

ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา มาร์ครับหน้าที่ผู้บรรยายด้านนวัตกรรมและการออกแบบบริการที่ Management Center Innsbruck (MCI) ในประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ชั้นนำจากการจัดอันดับโดย CHE University Ranking ในปี 2011

มาร์คสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและการตลาด จากมหาวิทยาลัย Trier ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาระบบสารสนเทศ นวัตกรรมและการสร้างมูลค่าที่มหาวิทยาลัย Erlangen-Nuremberg ประเทศเยอรมนี

www.marcstickdorn.de
thisisservicedesignthinking.com

 

แอนดี มีอาห์

ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Creative Futures Institute

 

แอนดี มีอาห์ ดำรงตำแหน่งประธานประจำสาขาจริยธรรมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ มหาวิทยาลัยเวสต์ออฟสก็อตแลนด์ อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันอนาคตสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยแบบสหวิทยาการที่สร้างข้อมูลเชิงลึกทางด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม

งานวิจัยของแอนดีเกี่ยวข้องกับสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ สื่อ และวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นหัวข้อที่เป็นเรื่องสดใหม่ในประเด็นทางด้านชีวจริยธรรมและวัฒนธรรม ตั้งแต่การเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ สื่อรูปแบบใหม่ ไปจนถึงกีฬา โครงการหนึ่งของเขามีชื่อว่า #media2012 เป็นโครงการที่ศึกษาปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่รวมการใช้เทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ และการติดต่อแบบไร้สายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างแพล็ทฟอร์มโอเพ่นซอร์ซที่ใหญ่ที่สุดในงานแข่งขันโอลิมปิกในลอนดอน ปี 2012

นอกเหนือไปจากการเป็นอาจารย์และนักวิจัย แอนดียังเป็นนักพูดและนักเขียน เขาเข้าร่วมงานประชุมใหญ่ๆ กว่า 100 งานทั่วโลก และเขียนบทความทางวิชาการกว่า 150 บทความเกี่ยวกับสื่อดิจิทัล แพทยศาสตร์ เทคโนโลยี และกีฬา ทั้งในรูปแบบของวารสาร หนังสือ นิตยสาร และสื่อทั้งในและต่างประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ The Washington Post, The Huffington Post, The Guardian และ The Independent

ปัจจุบันแอนดีทำงานให้กับโครงการของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ชื่อว่า อนาคตดิจิทัล 2050 เป็นสมาชิกของสถาบันจริยธรรมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ในประเทศอเมริกา และเป็นสมาชิกของมูลนิธิศิลปะและเทคโนโลยีสร้างสรรค์

แอนดีสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง อักษรศาสตร์บัณฑิตในสาขานันทนจิตศึกษา และระดับปริญญาเอกในสาขาชีวจริยธรรม จากมหาวิทยาลัยเดอมงฟอร์ต และสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขากฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์

www.andymiah.net/

Buy Tickets

 

อุดม แต้พานิช

ศิลปินและนักแสดง stand-up comedy

 

อุดม แต้พานิช คือศิลปินผู้บุกเบิกและจุดกระแสการแสดงตลกเดี่ยวบนเวที (stand-up comedy) ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ด้วยอารมณ์ขันที่เกิดจากข้อมูลใกล้ตัวแต่กลับโดนใจผู้ชมทุกกลุ่มเป็นอย่างยิ่ง

ความสามารถในการสังเกตและหยิบจับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เช่น เรื่องราวของแม่ เพื่อนบ้าน นิสัยของผู้หญิง หรือแม้แต่คิวรถจักรยานยนต์รับจ้าง รวมไปถึงสัญชาตญาณที่ไวต่อกระแสสังคมของอุดม ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่สามารถดึงประสบการณ์ร่วม และตีแผ่เรื่องราวดังกล่าวในรูปแบบของมุกตลกอันแสนคมคาย มีชั้นเชิง และที่สำคัญคือตรงใจผู้ชมราวกับเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ชมเอง

อุดมเป็นศิลปินผู้มีความสามารถหลากหลาย เขาเคยรับหน้าที่ฝ่ายศิลป์และคอลัมนิสต์ให้กับนิตยสารชื่อดังอย่างนิตยสารไปยาลใหญ่ ก่อนจะแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวจากบทบาท “เสนาฯ โน้ต” ในรายการยุทธการขยับเหงือก อุดมมีผลงานหนังสือขายดีกว่า 20 เล่ม เป็นนักแสดงละครเวที และนักแสดงภาพยนตร์หลากหลายเรื่อง จนได้รับรางวัลคมชัดลึกอวอร์ด สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในปี 2549 จากภาพยนตร์เรื่องโคตรรักเอ็งเลย นอกจากนี้ เขายังหมั่นสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างสม่ำเสมอ ผลงานของเขาถูกจัดแสดงในนิทรรศการมากมายทั้งในและต่างประเทศ

นาโอโตะ ฟุคาซาวา

นักออกแบบผลิตภัณฑ์

 

นาโอโตะ ฟุคาซาวา เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวญี่ปุ่นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด เขาเป็นหนึ่งในนักออกแบบของ Muji ที่ออกแบบเครื่องเล่นซีดีติดผนังสุดคลาสสิคในปี 1999 ซึ่งจัดแสดงผลงานถาวรอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ในนิวยอร์ก

หลังจากเริ่มต้นอาชีพนักออกแบบที่ Seiko Epson ฟุคาซาวายังได้ฝึกฝนฝีมือที่ IDEO ซานฟรานซิสโกและกลับมาตั้ง IDEO สาขาโตเกียว ฟุคาซาวาก่อตั้งบริษัทออกแบบ Naoto Fukasawa Design ซึ่งร่วมงานกับบริษัทและแบรนด์ชั้นนำของโลกทั้งในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สเปน ประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย และเอเชีย

ฟุคาซาวาเชื่อว่างานออกแบบไม่ใช่การสร้างสรรค์วัตถุจากมุมมองของตัวศิลปินเอง แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคน วัตถุ และสิ่งรอบตัว วัตถุที่ออกแบบควรกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม และปล่อยให้ผู้ใช้ค้นพบวิธีใช้งานด้วยสัญชาตญาณของเขาเอง ปรัชญาการออกแบบของฟุคาซาวาใช้หลักการสังเกตและการใช้จิตใต้สำนึกที่เรียกว่า “Without Thought” ปรัชญาการออกแบบเช่นนี้เองที่ทำให้เขาได้รับรางวัลออกแบบใหญ่ๆ กว่า 50 รางวัลด้วยกัน และได้รับรางวัล Honorary Royal Designer for Industry ของสมาคม Royal Society of Arts

นอกจากนี้ ฟุคาซาวายังมีบทบาทสำคัญในหลายองค์กรออกแบบหัวก้าวหน้าในญี่ปุ่น อาทิ เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของ Muji ผู้อำนวยการของ 21_21 Design Sight และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย Musashino Art University และ Tama Art University

www.naotofukasawa.com