“อยู่อย่างไรในอนาคต?” Kaave Pour ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จากห้องวิจัยนวัตกรรมแห่งอนาคตของ IKEA


Photo by Pujohn Das/ Space10

แม้วันนี้จะมีเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่ทั้งฉลาดและซับซ้อนกว่าเดิมหลายเท่า มนุษย์ก็กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งปรากฏการณ์เมืองขยายตัวเร็ว ภัยคุกคามจากด้านมืดของนวัตกรม ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ข้อมูลจากรายงาน The Global Risks Report ประจำปี 2018 โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ระบุว่าความเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อมที่จะต้องรับมือในปีนี้ คือ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรง ปัญหามลภาวะ ความล้มเหลวจากการบรรเทาและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการขาดแคลนทรัพยากร โดยปีที่ผ่านมาฝั่งยุโรปใต้ แอฟริกาใต้ และภูมิภาคบางส่วนของรัสเซียกับจีนถูกคลื่นความร้อนและสภาพอากาศร้อนจัดเล่นงาน WEF ยังคาดว่าจีนและสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญ มีโอกาสเสี่ยงจะถูกทำลายถึง 1 ใน 20 จากน้ำท่วม ภัยแล้ง และสภาพอากาศร้อนจัด นำมาซึ่งความกังวลถึงความมั่นคงทางอาหารที่จะต้องหล่อเลี้ยงประชากรโลก 8.5 ล้านคนในปี 2030

คำถามก็คือ เราจะอยู่กันอย่างไรในอนาคต


Photo by Alastair Philip Wiper/SPACE10

Think Tank แห่ง IKEA กับโจทย์การออกแบบเพื่ออนาคต

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่สมรภูมิดิจิทัลและภาวะขาลงของธุรกิจค้าปลีก ปี 2015 ทางบริษัท Inter IKEA System ผู้ถือกรรมสิทธิ์ IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน ได้ก่อตั้ง SPACE10 ศูนย์วิจัยนวัตกรรมที่ดูคล้ายกับสตูดิโอกึ่งห้องทดลองขนาดย่อมในเมืองโคเปนเฮเกน เพื่อที่จะฉีกกรอบความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของธุรกิจที่นอกเหนือไปจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ โดยยังคงแนวคิด “เพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน” ของแบรนด์เอาไว้ ดังนั้น แทนที่จะสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ศูนย์วิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาวิจัยการออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพดียิ่งขึ้นในอนาคต ผ่านเทรนด์สำคัญของโลก โดยเน้นประเด็นเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Empowerment) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Society) และการอยู่ร่วมกัน (Co-existence)

ก่อนจะมาเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ SPACE10 โคเวอร์ พัว (Kaave Pour) เคยเปิดบริษัทของตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปี ความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ และกล้าปรับตัวตลอดเวลาผลักดันให้เขากลายมาเป็นหัวหน้าฝ่าย Digital & Community เอเจนซี Revolt และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพ Retelly นิตยสารออนไลน์ในรูปแบบวิดีโอคอนเทนต์ ด้วยแพสชั่นการทำงานกับผู้คนหลากหลาย บวกกับทักษะผู้ประกอบการ ทำให้คาร์ลา แคมมิลเลียน ยอร์ต ผู้อำนวยการ SPACE10 ชวนเขามาร่วมงานทันที ด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น

พัวเคยให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ www.itsnicethat.com ว่างานวิจัยไม่จำเป็นต้องเป็นรายงานเล่มโตที่มีคนอ่านหยิบมือ ในเมื่อเราสามารถใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือสื่อสารประเด็นยากๆ หรือวาระระดับโลกให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดขึ้น (Visual Intelligence) ไม่ว่าจะเรื่องการขยายตัวของสังคมเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การขาดแคลนทรัพยากร เทคโนโลยีปฏิวัติโลก หรือการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง

สิ่งที่ SPACE10 ทำก็คือ ตั้งคำถาม ทำความเข้าใจปัญหาและความท้าทาย แล้วนำมาพัฒนาไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ร่วมกับนักออกแบบ ชุมชน สตาร์ทอัพ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปจนถึงมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ

“เรามักจะคิดว่าเราเห็นแพทเทิร์นของความท้าทาย ในขณะที่คนอื่นมองเป็นความวุ่นวายโกลาหล”


Photo by Alona Vibe/ SPACE10

ทุกไอเดียต้องผ่านการทดสอบ ทำได้จริง และจุดประเด็นให้กับสังคม

กระบวนการทำงานของ SPACE10 ประกอบไปด้วย การสำรวจศึกษาข้อมูลเชิงลึก พัฒนาคอนเซ็ปต์ สร้างต้นแบบเพื่อทดสอบการใช้งาน และนำไปใช้นำร่อง ดังนั้น ทุกไอเดียต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้

ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น โปรเจ็กต์ “Growroom” สวนแนวตั้งในรูปแบบโดมทรงกลม เกิดจากความต้องการจุดประเด็นเกี่ยวกับความยั่งยืนของอาหารท้องถิ่นในโลกอนาคต ซึ่งจะมีทรัพยากรจำกัด ขาดความหลากหลาย สวนทางกับอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร โคเวอร์ พัว และทีมงาน SPACE10 ได้จับมือกับ 2 สถาปนิกชาวเดนมาร์ก Sine Lindholm กับ Mads-Ulrik Husum ออกแบบสวนแนวตั้งให้คนในชุมชนได้ปลูกวัตถุดิบที่อร่อยและปลอดภัยกินเอง ตัวโครงสร้างทำจากไม้อัดเป็นวัสดุเดียว แต่ละชั้นมีแปลงดินสำหรับปลูกพืชผักและสมุนไพรนานาชนิดที่กินได้ พร้อมติดตั้งระบบน้ำและหลอดไฟแอลอีดี


Photo by R_Hjortshoj/ SPACE10

Growroom ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรกในงานเทศกาลศิลปะ CHART Art Fair กรุงโคเปนเฮเกน และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จนกระทั่งได้รับเชิญไปจัดแสดงตามเทศกาลระดับโลก เช่น Munchies Festival เมืองเวนิส และ IKEA Festival เมืองมิลาน ที่สำคัญโปรเจ็กต์นี้เปิดให้คนทั่วไปดาวน์โหลดคู่มือการทำสวนแนวตั้งนี้แบบฟรีๆ เพื่อจุดประกายแนวคิดการออกแบบแหล่งอาหารสำหรับชุมชนสู่วงกว้าง นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันกับช่างไม้ เพราะตัวโครงสร้างโดมต้องอาศัยทักษะการตัดแผ่นไม้โดยมืออาชีพ ในปัจจุบันมีหลายเมืองที่สร้าง Growroom ขึ้นมาสำหรับปลูกพืชพันธุ์ท้องถิ่น เช่น เฮลซิงกิ มอสโก รีโอเดจาเนโร โซล และซิดนีย์


Photo by R_Hjortshoj/ SPACE10

Tomorrow’s Meatball by SPACE10

SPACE10 กลับมาเยือนงานCHART art fair ปี 2017 อีกครั้งพร้อมกับ “Algae Dome” โดมเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็กหลากชนิดในระบบปิด ความสูง 4 เมตร โดยได้ 3 สถาปนิกรุ่นใหม่ และวิศวกรสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มาร่วมงานด้วย โดยคาดว่าสาหร่ายจะเป็นทางออกสู่ความยั่งยืนในอนาคต เพราะมีคุณค่าทางสารอาหารสูง ทดแทนโปรตีนถั่วเหลืองในอาหารสัตว์ได้ และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพในการบำบัดน้ำเสียจากโรงงาน เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ทั้งนั้น พัวเสริมว่าการออกแบบอาหารในอนาคตนั้นต้องคำนึงถึงรสชาติด้วย “เพราะถ้าไม่อร่อยก็จบ สุดท้ายคนจะไม่กิน” และไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะหาซื้อมีตบอลสาหร่ายได้ใน IKEA


Photo by Adrià Goulaj/ SPACE10

ออกแบบอนาคต ต้องไม่หยุดอยู่กับที่

เทคโนโลยีรอบตัวในวันนี้บอกให้รู้ว่าเรากำลังอยู่ในยุคของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวในเฟซบุ๊กหรือภาพยนต์สตรีมมิงในเน็ตฟลิกซ์ ล้วนถูกคัดสรรคอนเทนต์โดยระบบอัลกอริทึมทั้งสิ้น ‘เสียง’ กำลังจะกลายเป็นอินเทอร์เฟสรูปแบบใหม่ที่ผู้ใช้สามารถสั่งการไปยังระบบผู้ช่วยอัจฉริยะได้เลย โดยไม่ต้องใช้หน้าจอ แน่นอนว่าธุรกิจก็ต้องปรับตัวให้ทันความก้าวหน้าเหล่านี้และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะตามมาภายหลัง

“Do You Speak Human?” คือ โปรเจ็กต์ที่ทีมวิจัยจากห้องแล็บ Natural Interfaces ของ SPACE10 ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับ AI และแนวทางการออกแบบ AI ในอนาคต เช่น AI ควรเป็นเพศชายหรือหญิง มีบุคลิกลักษณะแบบไหน สามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้งานได้หรือเปล่า

จากผลสำรวจความคิดเห็น จำนวน 12,000 คน 139 ประเทศ พบว่าคนส่วนใหญ่อยากให้เครื่องจักร/อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI มีความใกล้เคียงกับมนุษย์ มากกว่าหุ่นยนต์ โดย 73% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้ AI เหมือนกับคน 85% อยากให้ AI สามารถตรวจจับอารมณ์และมีปฏิสัมพันธ์กับคนได้ อย่างไรก็ดี ทีมงานได้ข้อสรุปว่าประเด็นเทคโนโลยี AI นั้นต้องเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เช่น การคิดเชิงออกแบบโดยยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-centered design) จะเติมเต็มความเป็นมนุษย์ให้กับจักรกลอัจฉริยะได้จริงหรือไม่ ยังไม่รวมประเด็นจริยธรรม การออกแบบ AI บนพื้นฐานประชาธิปไตย ปัญหาอคติของอัลกอริทึม และความเสี่ยงด้านอื่นๆ

https://www.youtube.com/watch?v=f051OA8yV2w

นี่คือตัวอย่างของการศึกษาสำรวจความพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์หนุ่มคนนี้ได้หยิบยกคำกล่าวของจอห์น มาเอดะ นักออกแบบผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษมาเป็นแรงผลักดันในวิธีคิดและการทำงานของ SPACE10

“ศิลปะคือการตั้งคำถามกับปัญหา ส่วนงานออกแบบคือการแก้ปัญหานั้น” มาใช้ในการทำงาน เขาเสริม “แต่คุณต้องตั้งคำถามให้ถูกก่อน จึงจะสามารถออกแบบคำตอบที่ใช่”

พบกับเวิร์กช็อป “SPACE10 X Creativities Unfold 2018” โดยโคเวอร์ พัว และวิทยากรจาก SPACE10 ได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561และร่วมค้นหาคำตอบของการออกแบบการใช้ชีวิตในอนาคตได้ในงาน CU 2018 Pulse เปลี่ยนให้ทันจังหวะโลก วันที่ 3 – 4กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ www.cu-tcdc.com

อ้างอิง:
https://www.itsnicethat.com/features/space10-exploring-spaces-of-tomorrow-london-design-festival
https://www.pressreader.com/australia/collective-hub/20170501/282741996676583
https://space10.io/
http://londondesignfestival.com/news/its-nice-future-living-and-design-democracy-ikea%E2%80%99s-research-lab-space10
https://www.designboom.com/design/ikea-space10-the-growroom-flat-pack-spherical-garden-02-20-2017/
https://www.weforum.org/reports/the-global-risks-report-2018